เรื่องน่ารู้ก่อนเป็นผู้ประกอบการ

จดหรือไม่จดบริษัทดี#บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด

ตั้งสติก่อน Stratup เป็นเรื่องราวที่อยากนำมาบอกเล่าให้ได้อ่านทำความเข้าใจ ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่ทำเงินแน่ มาเป็นผู้บุกเบิกทำธุรกิจเกิดมีรายได้แบบเบาๆ สบายๆ ไปจนถึงมั่งคั่ง มั่นคง มีชีิวิตที่อิสระแค่เปลี่ยนตัวเองจากการทำงานให้หาเงินเป็นให้เงินทำงานให้ระบบทำเงินทำงานให้เรา รวมถึงมีอิสรภาพทางการเงินอย่างที่ไฝ่ฝันถึง อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายอย่างที่คิดถ้าไม่ได้มีการวางแผนระบบที่ดี ทางที่ดีให้มาวิเคราะห์ความพร้อมของตนเองก่อนว่าควรทำธุรกิจในรูปแบบไหนดี เป็นบุคคลธรรมดี หรือ อยากเติบโตเป็นองค์กร มีการทำงาน การจัดการที่มีระบบระเบียบเป็นรูปบริษัทจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปัญหาคือจะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจไหนเหมาะกับเรา  ในที่นี่จะขอกล่าวถึงเพียง 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือบุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล#บริษัทจำกัด#ห้างหุ้นส่วนจำกัด หากเราชอบดำเนินธุรกิจหรือเรียกว่า Life Style ชอบความเรียบง่าย การคิดการตัดสินใจทำงาน การบริหารงานต่างๆทำได้อย่างรวดเร็ว ไม่ชอบเรื่องเอกสารหรือไปจนถึงไม่พร้อมที่จะลงทุนบางเรื่องที่เราคิดว่าไม่จำเป็น การทำธุรกิจในรูป “บุคคลธรรมดา”  น่าจะเหมาะกับเรา คือการที่เราออกมาทำธุรกิจโดยใช้ชื่อเราเอง หากต้องการจดทะเบียนการค้า หรือแม้กระทั่งจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ก็ดำเนินการโดยใช้ชื่อเราเอง เป็นการทำธุรกิจในรูปเจ้าของคนเดียว ไม่ต้องจัดทำบัญชี ไม่ต้องนำส่งงบการเงิน ไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีทุกเดือน มีเพียงแต่บัญชีรับจ่ายภายในเท่านั้น หากทำแล้วเจริญรุ่งเรืองก็รวยคนเดียว แต่หากทำแล้วเกิดความผิดพลาดก็เป็นหนี้สินก็ขาดทุนคนเดียว สบายใจ ไม่เดือดร้อนใคร. หากเราตั้งสติก่อน Strat มาดีแล้วว่า เป็นรูปนิติบุคคลดีกว่า เรามีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีข้อมูลที่เพียงพอว่าเปิดบริษัทแล้วบริษัทมีหน้าที่ทำอะไรบ้าง นิติบุคคล#บริษัทจำกัด#ห้างหุ้นส่วนจำกัดนั้นเหมาะกับคุณ สิทธิประโยชน์ทางภาษีมีข้อมูลมากมายให้ศึกษาได้อ่านกันฟรีๆ ทางอินเตอร์เน็ต สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะแนะนำผู้ประกอบการก่อนทำการลงทุนใน บิ๊กกะโปรเจคต์ คือเรื่องของงบประมาณ การวางแผนงบประมาณ การประมาณการกำไรขาดทุนล่วงหน้ามีความสำคัญมากๆ หากเราไม่ได้วางแผนระบบให้ดี การที่เราจ่ายเงินไปมากมายนั่นย่อมก่อให้เกิดความกังวลใจไม่น้อย การที่เราจะรู้ว่าการดำเนินงานของกิจการเป็นอย่างไรมีกำไรหรือขาดทุน งบประมาณทางการตลาดมีความจำเป็นแค่ไหน ทรัพย์สินที่ลงทุนซื้อมีประสิทธิภาพแค่ไหนให้ผลตอบแทนต่อธุรกิจอย่างไร สินค้าที่ซื้อมามากมาย ทรัพย์สินที่ลงทุนไปมากมายก่อให้เกิดรายได้ตอบแทนมามากแค่ไหน ลูกหนี้การค้าที่ยังเก็บเงินไม่ได้มีมากแค่ไหน เจ้าหนี้การค้าที่ยังไม่ได้จ่ายอายุของเจ้าหนี้เป็นอย่างไร สิ่งเหล่านี้ผู้ที่บริหารองค์กรจำเป็นต้องทราบ ในขณะเดียวกัน ถ้าระบบขององค์กรมีการวางระบบมาดีแล้ว มีการแบ่งแยกหน้าที่กันอย่างชัดเจน ฝ่ายการตลาดหาลูกค้า ฝ่ายจัดซื้อซื้อสินค้าและบริการได้ถูก ฝ่ายบัญชีทำหน้าที่สนับสนุนการตัดสินใจที่ถูกต้องโดยการสะท้อนข้อมูลมาในรูปรายงานหรือตัวเลขต่าง ๆ ให้ผู้บริการใช้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว ตรงนี้เรียกได้ว่าเราให้ระบบทำงาน ทำเงิน ผู้บริหารเองก็สบายใจว่าทำธุรกิจแล้วไม่ขาดทุน มีอิสรภาพในการใช้ชีวิตและการเงินอย่างที่ไฝ่ฝัน ปรากฏการณ์ดีๆเหล่านี้ก็เกิดขึ้นได้กับ Stratup ยุคใหม่เช่นกัน